สินค้า 3


โดย...พจนา  สวนศรี
 
ภายใต้ชายคา...งานวิจัยเพื่อท้องถิ่น  
 
เดือนตุลาคม ปี 2549 งานวิจัยเพื่อท้องถิ่นประเด็นการท่องเที่ยวโดยชุมชน หรือ Node ท่องเที่ยว  ร่วมกับ “โครงการท่องเที่ยวเพื่อชีวิตและธรรมชาติ” หรือ REST  (Responsible Ecological Social Tours Project)  ได้ร่วมกันแลกเปลี่ยนบทเรียนการทำงานเรื่องการท่องเที่ยวโดยชุมชน (Community Based Tourism –CBT)  ทั้งมิติของงานพัฒนาและงานวิจัย  และพบว่าหาก 2 องค์กรร่วมมือกันทำงาน  น่าจะเป็นพลังขับเคลื่อนการพัฒนาสังคมให้มีความลุ่มลึก  ทั้งในแง่ของการใช้กระบวนการวิจัยเพื่อท้องถิ่นในการสร้างคน  บนฐานความรู้  ตัดสินใจบนฐานข้อมูล  และสร้างองค์กรชุมชนให้เข้มแข็งผ่านกระบวนการงานพัฒนาจากองค์กรชุมชน  สู่องค์กรเครือข่าย  จากการท่องเที่ยวเป็นเครื่องมือในการพัฒนาคนและพัฒนาชุมชน  สู่การตลาดที่เหมาะสมเพื่อสร้างการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ผู้คนต่างวัฒนธรรม  ทั้ง Node ท่องเที่ยว และ REST เห็นร่วมกันว่า  เราควรที่จะร่วมมือกันทำงานด้วยเหตุผลอย่างน้อย  3 ประการ คือ
 
1. ชุมชนไม่ควรจะลองถูกลองผิด...หากเรามีผู้เชี่ยวชาญหรือผู้มีประสบการณ์ CBT
2. กลุ่มที่เกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ต้องการองค์กรทำหน้าที่ประสานและเสริมสร้างความเข้มแข็ง
3. งานท่องเที่ยวมีพลวัตร ต้องการงานวิจัยและพัฒนาเพื่อพยากรณ์  สร้างภูมิคุ้มกัน และขยายผลองค์ความรู้
 
จากนั้นเดือนสิงหาคม ปี 2550 Node ท่องเที่ยวและ REST ได้หลอมรวม 2 องค์กรเป็นหนึ่งเดียวภายใต้ชื่อ “สถาบันการท่องเที่ยวโดยชุมชน” หรือ CBT-I ย่อมาจาก The Thailand Community Based Tourism Institute  โดยมีความมุ่งหวังที่จะ “ส่งเสริมและประสานความร่วมมือกับภาคีที่เกี่ยวข้องเพื่อสนับสนุนความเข้มแข็งของชุมชนในการจัดการการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนตั้งแต่ระดับรากหญ้าจนถึงระดับสากล”  ภายใต้การสนับสนุนของฝ่ายงานวิจัยเพื่อท้องถิ่น สกว.  และมีสำนักงานอยู่ที่ชั้น 3 คณะอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
 
ความท้าทายของการยกระดับจาก R&D สู่ CBT Movement
 
การที่ CBT-I มีองค์ความรู้เรื่อง CBT  ที่มีกระบวนการทำงานแบบงานวิจัยเพื่อท้องถิ่น  หรือการสร้างกระบวนการทำงานแบบมีส่วนร่วมของชุมชนในการจัดการท่องเที่ยว  CBT-I ยังมีพื้นที่รูปธรรมในการเป็นแหล่งเรียนรู้เรื่อง CBT  มีนักวิจัยเพื่อท้องถิ่นที่ได้ใช้งานวิจัยของตนเคลื่อนงานพัฒนาในพื้นที่  มีผู้นำชุมชนที่มีศักยภาพและพร้อมที่จะทำงานต่อเนื่องทั้งในระดับชุมชนและระดับเครือข่าย  จึงเป็นความท้าทายขององค์กรและคนทำงานที่จะใช้ฐานความรู้และประสบการณ์งานวิจัยและพัฒนาเพื่อสร้างการยอมรับจากสังคมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการส่งเสริมและสนับสนุนชุมชนอย่างถูกทิศทางและอยู่บนพื้นฐานความต้องการของชุมชนอย่างแท้จริง 
 
ภาระกิจของสถาบันต่อสังคม
 
- สนับสนุนให้การวิจัยและการพัฒนา CBT เป็นเครื่องมือในการสร้างความเข้มแข็งของชุมชน และสนับสนุนการจัดการทรัพยากรธรรมชาติที่ยั่งยืน
- ให้บริการการฝึกอบรมความรู้ด้านการท่องเที่ยวโดยชุมชน
- สนับสนุนเครือข่ายการท่องเที่ยวโดยชุมชนให้สามารถประสานความร่วมมือกับภาคธุรกิจและผลักดันนโยบายการท่องเที่ยวให้รับใช้ชุมชน
- สร้างความร่วมมือให้ภาคีที่เกี่ยวข้องเข้ามาสนับสนุนการท่องเที่ยวโดยชุมชน
- เป็นศูนย์กลางข้อมูลข่าวสารการท่องเที่ยวโดยชุมชนในประเทศไทยและภูมิภาค
 
บอกเล่าเก้าสิบ....งานที่ผ่านมา
 
- CBT Change Agent : การพัฒนาศักยภาพผู้นำการพัฒนา CBT 
 
เป็นหลักสูตรการฝึกอบรมเพื่อการติดอาวุธทางความคิด ให้กับผู้นำในการมองเชื่อมโยงจุลภาคสู่มหภาค  เห็นการเคลื่อนตัวของชุมชน CBT ทั่วประเทศและประเทศเพื่อนบ้าน  สร้างเป้าหมายร่วมในการ “สร้าง CBT ให้เป็นที่รู้จัก”  และในกลุ่มผู้เข้ารับการฝึกอบรมยังตระหนักถึงการมีเพื่อนร่วมอุดมการณ์ที่จะผลักดัน CBT ให้เป็นเครื่องมือในการพัฒนาคนและชุมชน
 
CBT Change Agent รุ่นแรก  คือ รุ่นหลวงพระบาง  โดยจะต้องได้รับความไว้วางใจจากชุมชน  แต่ละชุมชนจะต้องจ่ายค่าลงทะเบียนให้กับผู้นำชุมชนที่ตนส่งเข้าอบรมด้วย  และบุคคลผู้นั้นจะต้องเป็นคนในชุมชนและพร้อมที่จะทำงานเพื่อชุมชนอย่างต่อเนื่องอย่างน้อย 2 ปี
กระบวนการในการฝึกอบรม  ถูกออกแบบโดยมองสถานที่จัดอบรมเป็นแหล่งเรียนรู้  โดยมีทีมงาน CBT-I เป็นผู้จัดกระบวนการเรียนรู้ เช่น
ใช้เรือและวิวสองฝั่งโขงเป็นห้องเรียนธรรมชาติ  
เรือที่เคยเป็นเพียงยานพาหนะพาคนล่องน้ำโขงถูกจัดสรรปันส่วนเป็นห้องย่อย 3 ห้อง ได้แก่  ห้องฝึกทักษะการพูด ทักษะภาษาอังกฤษ และการออกแบบโปรแกรมการท่องเที่ยว  
ใช้เมืองมรดกโลก  เป็นกรณีศึกษาเพราะมีชื่อเสียงและมีนักท่องเที่ยวเข้ามาอย่างต่อเนื่อง
ที่หลวงพระบาง  แต่ละคนได้เรียนรู้พฤติกรรม/ความคาดหวังของนักท่องเที่ยวผ่านประสบการณ์ตรงของตนเองที่ก็เป็นคนแปลกถิ่นต่างวัฒนธรรมในหลวงพระบางเช่นกัน  พร้อมกันนั้นได้ไปเที่ยวในชุมชนที่คนหลวงพระบางตั้งใจให้เป็น CBT ได้คุยกับนักท่องเที่ยวและบริษัทนำเที่ยวเพื่อวิเคราะห์ทัศนคติของเขาเหล่านั้นต่อ CBT  
ภาษาลาว...ภาษาไทย  สื่อภาษาได้อย่างเข้าใจ
ผู้นำชุมชนได้มีประสบการณ์ทั้งภาคสนามและในห้องประชุมที่ทางการท่องเที่ยวอนุญาตให้ทีมของเราไปใช้ประโยชน์  ผู้เข้ารับการอบรมได้มีโอกาสรับฟังความคิดเห็นและแนวนโยบายของรัฐต่อการท่องเที่ยว  ได้เห็นความร่วมมือของรัฐ/เอกชน/ชุมชนในการจัดการท่องเที่ยว  ภายใต้โครงการที่ชื่อว่า “Eco Trek” เหมือนเป็นการจัดทำโซนนิ่งที่ชุมชน รัฐ และเอกชน  ได้ร่วมกันทำงานและต่างฝ่ายต่างได้รับประโยชน์จากการท่องเที่ยว
Think Global Act Local 
ด้วยบรรยากาศการจัดฝึกอบรมต่างประเทศ  ทำให้การเติมความรู้เรื่องข้อมูลสถานการณ์การท่องเที่ยวของโลก ภูมิภาค  การวิเคราะห์เชื่อมโยงชุมชนตนกับกระแสโลก  เป็นการสร้างความตื่นตัวและพลังในการผลักดันเรื่อง CBT ให้ได้รับการยอมรับ  
 
หลังการฝึกอบรม  CBT Change Agent ผู้นำแต่ละคนยังคงขับเคลื่อนงานของตนอย่างต่อเนื่อง  มีการรวมกลุ่มเพื่อเป็นแกนนำในพัฒนาความรู้และทักษะในการทำงาน  เช่น กลุ่มศึกษาเรื่องสื่อที่นำเสนอเรื่องการท่องเที่ยว  กลุ่มปฎิบัติการเรื่องระบบการเงิน/บัญชี เพื่อสร้างพื้นที่เรียนรู้เรื่องการจัดการบัญชีที่เป็นระบบ  กลุ่มศึกษาประเด็นเชิงนโยบาย  
 
- CBT Network : เครือข่ายการท่องเที่ยวโดยชุมชนภาคเหนือ
 
การก่อตัวของชุมชนคนทำงานวิจัยเรื่อง CBT  การสร้างเวทีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้  ภายใต้ชื่อเก๋ไก๋ว่า“ริมระเบียง” จากเวทีแลกเปลี่ยนแบบไม่เป็นทางการ  เกิดการหนุนช่วยงานข้ามพื้นที่  เพื่อนช่วยเพื่อน  พี่ช่วยน้อง  มากว่า 2 ปี ตอนนี้กำลังจะมีศูนย์ประสานงานเพื่อทำหน้าที่เป็นสื่อกลางของเครือข่ายในการเชื่อมร้อยสมาชิก  และประสานทรัพยากรจากภายนอกเข้าไปสนับสนุนชุมชน  ให้ตรงตามปัญหาและความต้องการของชุมชน  
 
ศูนย์ประสานงานเครือข่ายการท่องเที่ยวโดยชุมชน  เป็นองค์กรชาวบ้านที่ CBT-I จะทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยง  พร้อมกับการเคลื่อนงานของศูนย์ประสานงาน  นักวิจัยท้องถิ่นร่วมกับเจ้าหน้าที่ CBT-I ได้ตั้งโจทย์วิจัยว่า 
 
- การตลาดการท่องเที่ยวที่เหมาะสมกับชุมชนเป็นอย่างไร และชุมชนจะสามารถจัดการการตลาดการท่องเที่ยวโดยชุมชนได้อย่างไร
- รูปแบบและกลไกของการตลาดการท่องเที่ยวโดยชุมชนที่เหมาะสมมีกี่รูปแบบ แต่ละรูปแบบเป็นอย่างไร จะสามารถดำเนินการได้จริงหรือไม่ อย่างไร 
 
ภายใต้โครงการวิจัย เรื่อง “การศึกษา รูปแบบการตลาดที่เหมาะสมสำหรับการท่องเที่ยวโดยชุมชน”  ซึ่งผลงานวิจัยจะนำไปใช้ในการวางแผนและปฏิบัติงานของศูนย์ประสานงาน 

- CBT SPRING : การทำงานกับพันธมิตรในห่วงโซ่อุปทานของการท่องเที่ยว 
 
การท่องเที่ยวโดยชุมชนเป็นการสร้างความสัมพันธ์และความผูกพันระหว่างเจ้าของบ้าน(ชุมชน) กับผู้มาเยือน
(นักท่องเที่ยว)  ในส่วนของชุมชนเรามีกระบวนการเตรียมพร้อม สร้างความชัดเจนในเป้าหมาย  มีการพัฒนาคนและองค์กรชุมชนในการรองรับ  แต่ในส่วนของนักท่องเที่ยวเรายังมีกระบวนการทำงานกับคนที่เกี่ยวข้องน้อยมากเพื่อที่จะได้กลุ่มคนที่สนใจแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับคนในชุมชนมาเที่ยวชุมชน  
 
นอกจากข้อมูลข่าวสารที่ให้ข้อมูล เพื่อให้ผู้สนใจได้รับรู้ก่อนตัดสินใจแล้ว  หากเป็นนักท่องเที่ยวต่างประเทศการทำงานผ่านบริษัทนำเที่ยวไทยและต่างประเทศเป็นช่องทางหนึ่งที่จะเข้าถึงและเตรียมความพร้อมนักท่องเที่ยวล่วงหน้า  เราเรียกเส้นทางเชื่อมโยงจากต้นทางคือนักท่องเที่ยวและปลายทางคือแหล่งท่องเที่ยวว่า “ห่วงโซ่อุปทาน (supply chain)”  
 
CBT SPRING คือโครงการนำร่อง  เพื่อทดลองทำงานระหว่างผู้เกี่ยวข้องในห่วงโซ่อุปทาน ซึ่งประกอบด้วย ชุมชน CBT ไทย  10 แห่ง บริษัททัวร์ไทย 10 บริษัท และบริษัททัวร์ต่างประเทศ จากประเทศอังกฤษ 10 บริษัท  ซึ่งมีกระบวนการทำงานเพื่อสร้างพันธะสัญญาร่วมกันในลักษณะพันธมิตร  โดยมีความมุ่งหวังที่จะยกระดับการท่องเที่ยวสัมผัสชนบทให้เป็นการท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ  สร้างการท่องเที่ยวที่ยั่งยืน  และความพึงพอใจให้กับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง  กระบวนการที่ CBT-I ทำงานเพื่อสร้าง “ความรู้ ความเข้าใจ ความไว้วางใจ และความร่วมมือในการทำงาน” ประกอบด้วย
 
- การคัดเลือกกลุ่มเป้าหมายที่เหมาะสม มีแนวคิด นโยบาย และการทำงานที่ให้ความสำคัญกับคนทำงาน ชุมชนท้องถิ่น  และสิ่งแวดล้อม
- การจัดประชุมเพื่อสร้างความเข้าใจในเป้าหมายของโครงการ CBT SPRING และความคาดหวังของแต่ละภาคีที่เกี่ยวข้อง 
- ลงพื้นที่เพื่อสร้างความเข้าใจร่วมกันของทั้ง 3 ฝ่าย  และข้อตกลงร่วมกัน
 
ความท้าทาย
 
CBT-I  กำลังทำงานวิจัยเชิงปฏิบัติการที่เริ่มขยับจากงานระดับชุมชนสู่งานที่เกี่ยวข้องกับภาคีที่หลากหลาย และเป็นการทำงานในสนามจริงของอุตสาหกรรมท่องเที่ยว  ที่ชุมชนท้องถิ่นไม่ใช่ผู้ถูกกระทำ  แต่เป็นกลไกในการผลักดันเพื่อสร้างคุณภาพใหม่ให้กับการท่องเที่ยวที่มีมิติของการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และให้บทบาทของชุมชนท้องถิ่นมีส่วนในการกำหนดทิศทางการพัฒนา  โดยมีงานวิจัยและพัฒนาเป็นฐานความรู้และชุมชนเป็นตัวขับเคลื่อน.



[Back]